Module 9 NEW 2026

MCP & Agentic Workflows

Model Context Protocol, Multi-Agent Systems, LangGraph, CrewAI — AI ที่ทำงานเองได้

🎯 วัตถุประสงค์การเรียนรู้ Module 9

9.1 Agentic AI คืออะไร?

Agentic AI = AI ที่สามารถ วางแผน → ตัดสินใจ → ลงมือทำ → ตรวจสอบ ได้ด้วยตัวเอง
💡 เข้าใจง่ายๆ

AI แบบเดิม: เหมือนพนักงานที่ต้องถามคุณทุกครั้งว่า "ทำขั้นตอนต่อไปได้ไหม?"

Agentic AI: เหมือนพนักงานที่คุณบอกว่า "จัดทำรายงานให้เสร็จ" แล้วเขาก็ไปวางแผน หาข้อมูล เขียน ตรวจสอบ และส่งให้คุณเอง — ถามกลับมาเฉพาะเมื่อติดปัญหาจริงๆ

แบบเดิม (Chat)Agentic AI (2026)
ถาม 1 คำถาม → ได้ 1 คำตอบให้เป้าหมาย → AI ทำจนเสร็จ
ต้องสั่งทีละขั้นAI วางแผนเอง
ไม่ใช้เครื่องมือใช้ Tools (search, code, API)
ไม่ตรวจสอบตัวเองSelf-check & iterate

9.2 MCP — Model Context Protocol

🔌 MCP คืออะไร?

MCP (Model Context Protocol) คือมาตรฐานเปิดสำหรับเชื่อมต่อ AI กับ Tools และ Data sources แบบ universal — เปรียบเหมือน "USB-C สำหรับ AI"

เริ่มต้นโดย Anthropic (ปลายปี 2024) และได้รับการสนับสนุนเป็นมาตรฐานเปิดในวงกว้าง — ผู้ให้บริการรายใหญ่ (OpenAI, Google, AWS, Microsoft) ทยอยรองรับในปี 2025–2026

🎯 ทำไมต้องรู้: เหมือนก่อนมี USB-C ทุกอุปกรณ์ใช้สายชาร์จคนละแบบ — MCP ทำให้ AI ทุกยี่ห้อสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือต่างๆ ได้โดยไม่ต้องพัฒนา connector แยกสำหรับแต่ละ AI

9.2.1 MCP Architecture

┌─────────────┐ MCP Protocol ┌──────────────┐ │ AI Model │◄═══════════════════►│ MCP Server │ │ (Client) │ JSON-RPC 2.0 │ (Tools/Data)│ └─────────────┘ └──────────────┘ │ ┌─────────────┼─────────────┐ ▼ ▼ ▼ Database File System APIs (PostgreSQL) (read/write) (Slack, GitHub)

9.2.2 MCP 3 Primitives

Primitiveคำอธิบายตัวอย่าง
Resourcesข้อมูลที่ AI อ่านได้Files, Database records, API responses
Toolsฟังก์ชันที่ AI เรียกใช้ได้search(), query_db(), send_email()
PromptsTemplate สำหรับ interactionPre-built prompt flows

ตัวอย่าง MCP ในงานจริง

# MCP Server: Investigation Tools ## Available Tools: - search_law(query) → ค้นหากฎหมายจาก ราชกิจจานุเบกษา - query_cases(criteria) → ค้นหาคดีที่คล้ายกัน - analyze_transactions(account_id) → วิเคราะห์ธุรกรรม - generate_timeline(events[]) → สร้าง timeline อัตโนมัติ - export_report(format, content) → ส่งออกรายงาน PDF/DOCX ## Usage: User: "วิเคราะห์บัญชีเลขที่ XXX-X-XXXXX-X" AI internally: 1. analyze_transactions("XXX-X-XXXXX-X") → ได้ข้อมูลธุรกรรม 2. search_law("ฟอกเงิน ปปง. มาตรา") → ได้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3. query_cases("money_laundering similar_pattern") → ได้คดีตัวอย่าง 4. สังเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด → ตอบผู้ใช้
⚡ MCP vs Function Calling — เลือกใช้อะไร?
มิติMCPFunction Calling
มาตรฐานเปิด, universal (ทุก AI/tool ใช้ได้)provider-specific (OpenAI, Anthropic ต่างกัน)
ความยืดหยุ่นเปลี่ยน AI model โดยไม่ต้องแก้ toolsต้องแก้ integration ทุกครั้งที่เปลี่ยน model
ตลาด toolsecosystem เติบโตเร็ว มี server/tool สำเร็จรูปจำนวนมากจำกัดในระบบของ provider
เหมาะกับproduction, long-term, multi-modelprototype เร็ว, single-provider system
💡 แนวทางเลือก

เริ่มด้วย Function Calling ถ้าต้องการ prototype เร็ว → migrate เป็น MCP เมื่อต้องการ production-grade และ model portability

9.3 Agent Protocols — A2A & ANP

ProtocolProviderจุดประสงค์สถานะ 2026
MCPAnthropic (มาตรฐานเปิด)AI ↔ Tools/Dataได้รับการรองรับในวงกว้าง
A2AGoogleAgent ↔ Agent (ข้ามระบบ)มีพาร์ทเนอร์หลายราย
ANPCommunityAgent Network (large scale)Early stage

9.4 Agentic Design Patterns (8 Patterns)

#Patternคำอธิบายเหมาะกับ
1Tool UseAI เรียกใช้เครื่องมืองานที่ต้องข้อมูลภายนอก
2ReActThink → Act → Observe → Repeatงานค้นหา/วิจัย
3Planningวางแผนก่อนทำงานซับซ้อนหลายขั้นตอน
4Reflectionทำ → ประเมินตัวเอง → ปรับปรุงงานที่ต้องการคุณภาพสูง
5Multi-Agentหลาย Agent ทำงานร่วมกันงานหลายความเชี่ยวชาญ
6Orchestrator-Worker1 สั่ง, หลายตัวทำงานขนาดใหญ่
7Evaluator-Optimizerสร้าง → ประเมิน → ปรับ → วนซ้ำงาน Creative/Writing
8Debateหลาย Agent ถกเถียง → Judge ตัดสินการตัดสินใจสำคัญ

9.5 Framework Comparison 2026

Frameworkประเภทจุดแข็งเหมาะกับ
OpenAI Agents SDKOfficialSimple, GPT-5.5 integrationเริ่มต้น, Quick prototype
LangGraphGraph-basedState management, Complex flowsProduction, Regulated env
CrewAIRole-basedIntuitive, Fast prototypeMulti-agent, Team simulation
Dapr AgentsCloud-nativeKubernetes, EnterpriseEnterprise production
MastraTypeScriptType-safe, Modern DXTypeScript teams
n8nNo-codeVisual, Self-hostedNon-technical, Automation
🤖 DSPy — Optimize Prompt อัตโนมัติ

DSPy (Declarative Self-improving Python) คือ framework ที่แทนที่การเขียน prompt ด้วยมือ โดยให้ AI เรียนรู้จาก input/output examples แล้วสร้าง prompt ที่ดีที่สุดเอง — เหมาะเมื่อมี training examples ที่ชัดเจนและต้องการลด manual prompt tuning

💡 DSPy vs Prompt Engineering ปกติ

DSPy ต่างจาก Prompt Engineering ปกติ — แทนที่จะบอก AI ว่า "ตอบแบบนี้" ให้บอกว่า "Input นี้ควรได้ Output นี้" แล้วให้ DSPy หา prompt เอง | เรียนละเอียด: Module 11

9.6 วัดผล Agent — Agent Metrics

📊 4 ตัวชี้วัดหลักสำหรับ Agentic System
Metricความหมายเป้าหมาย / สัญญาณปัญหา
Task Success Rate% ของงานที่ได้ผลลัพธ์ผ่านเกณฑ์โดยไม่ต้องแก้ซ้ำ>80% = ดี | <50% = prompt/agent ต้องปรับ
QA Rounds (รอบแก้ไข)จำนวนครั้งที่ Reviewer ส่งกลับแก้ก่อนผ่าน<2 รอบ = ดี | >5 รอบ = scope หรือ constraints ไม่ชัด
Token Cost per Resultจำนวน token เฉลี่ยต่อผลลัพธ์ที่ผ่าน QAลดได้ด้วย Compress/Select | สูงผิดปกติ = context ฟุ่มเฟือย
Stability (ความเสถียร)ผลลัพธ์สม่ำเสมอเมื่อเปลี่ยน model versionควรทดสอบทุก model upgrade | ถ้า unstable = prompt ยึดติด model-specific feature
💡 เมื่อไหร่ต้องปรับ

เก็บ metrics ทุกครั้งที่รัน — ถ้า QA Rounds > 3 บ่อยๆ ให้กลับไปปรับ Constraints หรือ Fallback Rules ก่อนปรับ model

9.7 Prompt สำหรับ Agent System

9.7.1 Planner / Worker / Reviewer — Pattern ที่ใช้งานได้เลย

Pattern 3 บทบาทนี้ใช้ได้กับ Single-session prompting ไม่ต้องตั้ง multi-agent system จริง — เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นก่อน build full agentic system

📋 Planner / Worker / Reviewer Template
[Planner]
เป้าหมาย: [Goal]
แตกงานเป็น [3-7] งานย่อย พร้อมลำดับและเกณฑ์ผ่านแต่ละขั้น
เกณฑ์ผ่านรวม: [define — เช่น ทุกข้อต้องมีหลักฐานอ้างอิง]

[Worker]
ทำงานย่อยทีละข้อ รอคำสั่ง "ต่อ" ก่อนขึ้นข้อถัดไป
ส่งผลลัพธ์ในรูปแบบ: งานย่อย | ผลลัพธ์ | ความเสี่ยง | สิ่งที่ต้องการเพิ่ม

[Reviewer]
หลังได้ผลครบทุกข้อ ตรวจ:
- ครบถ้วนตามเป้าหมาย?
- ตัวเลข/ข้อมูลสอดคล้องกัน?
- ผลลัพธ์เป็นไปได้จริง?
ถ้าไม่ผ่าน: ระบุ feedback รายข้อ และสั่งแก้เฉพาะจุด

รูปแบบส่งมอบสุดท้าย:
1) Final Output
2) QA Report (สรุปจุดที่ตรวจและผลการตรวจ)
3) Next Actions (สิ่งที่ต้องทำต่อ)
💡 เคล็ดลับ Planner/Worker/Reviewer

เริ่มจาก [Worker] รอ → แล้วค่อยขึ้น [Reviewer] — การแยก 2 รอบนี้ดีกว่าให้ AI ทำและตรวจในคำสั่งเดียว เพราะช่วยให้ตรวจจับข้อผิดพลาดได้มากกว่า

ตัวอย่าง: แผนปราบปรามออนไลน์ (Planner/Worker/Reviewer)

ตัวอย่าง: แผนปราบปรามออนไลน์ (Planner/Worker/Reviewer) 📥 Download Mock Data
[Planner]
เป้าหมาย: จัดทำแผนปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ไตรมาส 3/2568
แตกงาน 5 ขั้นตอน:
1. รวบรวมสถิติคดีออนไลน์ ไตรมาส 1-2 (จำนวน มูลค่า ประเภท)
2. วิเคราะห์ MO ที่พบบ่อยสุด 5 อันดับ
3. ระบุพื้นที่/ช่องทางเสี่ยงสูง
4. เสนอมาตรการเชิงรุก 5 ข้อ พร้อมงบประมาณโดยประมาณ
5. ร่าง KPI วัดผลสำเร็จ 4 ข้อ
เกณฑ์ผ่าน: ทุกข้อต้องอ้างอิงข้อมูลจริง ห้ามเดา

[Worker]
ทำทีละข้อ ส่งผลลัพธ์รูปแบบ:
งานย่อย | ผลลัพธ์ | ความเสี่ยง | สิ่งที่ต้องการเพิ่ม
เริ่มข้อ 1 ก่อน รอ "ต่อ" ก่อนขึ้นข้อถัดไป

[Reviewer]
ตรวจหลังได้ผลครบ:
- ตัวเลขสถิติสอดคล้องระหว่างข้อ 1-2?
- มาตรการข้อ 4 เป็นไปได้จริงในงบที่มี?
- KPI ข้อ 5 วัดผลได้จริง?
ถ้าไม่ผ่าน ให้ feedback รายข้อ สั่งแก้เฉพาะจุด

รูปแบบส่งมอบ:
1) แผนปฏิบัติการฉบับสมบูรณ์
2) QA Report: คะแนนแต่ละส่วน + ประเด็นที่แก้แล้ว
3) Next Actions: ขั้นตอนที่ต้องขออนุมัติผู้บังคับบัญชา

Agent System Prompt Template

📋 Agent System Prompt Template
# Agent: [ชื่อ Agent]
# Role: [บทบาท]
# Version: 1.0

## Identity
คุณเป็น [บทบาท] ที่เชี่ยวชาญ [ความเชี่ยวชาญ]

## Capabilities
คุณสามารถ:
1. [ความสามารถ 1]
2. [ความสามารถ 2]
3. [ความสามารถ 3]

## Tools Available
- tool_name: คำอธิบาย
- tool_name: คำอธิบาย

## Workflow
1. รับ task จาก user/orchestrator
2. วางแผนขั้นตอน
3. ดำเนินการทีละขั้น (ใช้ tools ตามจำเป็น)
4. ตรวจสอบผลลัพธ์
5. ส่งผลลัพธ์กลับ

## Constraints
- [ข้อจำกัด]
- หากไม่แน่ใจ ให้ถามก่อนทำ

## Output Format
[กำหนดรูปแบบ]

ตัวอย่าง: Multi-Agent Investigation System

┌─────────────────────────────────────────┐ │ ORCHESTRATOR AGENT │ │ "ผู้จัดการสืบสวน" │ │ - รับ case → แบ่งงาน → รวมผล │ └───────────────────┬─────────────────────┘ │ ┌──────────────┼──────────────┐ ▼ ▼ ▼ ┌─────────┐ ┌──────────┐ ┌─────────┐ │ OSINT │ │ Finance │ │ Report │ │ Agent │ │ Agent │ │ Agent │ │ │ │ │ │ │ │ Tools: │ │ Tools: │ │ Tools: │ │ -search │ │ -analyze │ │ -template│ │ -social │ │ -pattern │ │ -format │ │ -web │ │ -aml_rules│ │ -export │ └─────────┘ └──────────┘ └─────────┘

9.7.2 กฎ 3 เฟส — เมื่อไหร่ต้องเปลี่ยนจาก Single-Agent เป็น Multi-Agent

Planner/Worker/Reviewer (9.7.1) เพียงพอสำหรับงานส่วนใหญ่ แต่เมื่องานยาวและซับซ้อนขึ้น การใช้ Agent ตัวเดียวทำทุกอย่างจะทำให้คุณภาพลดลง (context ยาวเกิน, ปนบทบาท, ตรวจงานตัวเองไม่เห็นจุดบอด)

📏 กฎ 3 เฟส (Rule of Three Phases)

เหตุผล: ยิ่งขั้นตอนเยอะ context ยิ่งยาว โอกาสที่ Agent จะลืมเงื่อนไขต้นทางหรือปนบทบาทยิ่งสูง การแยกบทบาทช่วยให้แต่ละตัว "โฟกัสแคบ ทำได้ลึก"

9.7.3 7 บทบาทของ Agent (7-Role Taxonomy)

เมื่อต้องแตกทีม Multi-Agent จริง ให้จัดโครงสร้างตาม 7 บทบาทมาตรฐาน — แต่ละบทบาทมีหน้าที่เดียวชัดเจน ลดการทับซ้อนและช่องโหว่

👥 7-Role Agent Taxonomy
#บทบาทหน้าที่หลักส่งต่อให้
1Researcher (นักวิจัย)รวบรวมข้อมูล/ค้นหาข้อเท็จจริงจากแหล่งต่างๆDrafter
2Drafter (ผู้ร่าง)สร้างผลลัพธ์ฉบับแรกจากข้อมูลที่ได้Auditor
3Auditor (ผู้ตรวจสอบ)ตรวจข้อเท็จจริง/ตัวเลข/ความถูกต้องเชิงเทคนิคReviewer
4Reviewer (ผู้ทบทวน)ตรวจคุณภาพรวม โทน ความครบถ้วนตามเป้าหมายDeployer / Router
5Deployer (ผู้ส่งมอบ)จัดรูปแบบสุดท้าย ส่งมอบ/เผยแพร่ผลลัพธ์ผู้ใช้/ระบบปลายทาง
6Router (ผู้คัดแยก)ตัดสินว่างานควรไปบทบาท/สายไหนต่อบทบาทที่เหมาะสม
7Escalator (ผู้ส่งต่อ)ยกงานที่เกินขอบเขต/มีความเสี่ยงสูงให้มนุษย์Human-in-the-Loop
💡 เทียบกับ Patterns 8 ข้อ (9.4)

8 Patterns = "รูปแบบการทำงาน" (เช่น ReAct, Reflection) ส่วน 7 Roles = "การแบ่งหน้าที่ในทีม" — ใช้ร่วมกันได้ เช่น Auditor ภายในใช้ Reflection, Router ใช้ Planning

9.7.4 Handoff Protocol — ส่งงานระหว่าง Agent ด้วยโครงสร้างตายตัว

จุดที่ Multi-Agent พังบ่อยที่สุดคือ "การส่งต่องาน" — ถ้าส่งเป็นข้อความยาวๆ Agent ปลายทางจะตีความพลาด ต้องส่งในรูปแบบ structured (JSON) ที่ตายตัว เพื่อให้ทุกตัวอ่านตรงกัน

📋 Handoff Protocol (JSON) — ระหว่าง 7 บทบาท
// ทุก Agent ต้องส่งมอบงานในรูปแบบนี้เท่านั้น (ห้ามส่งเป็นข้อความยาว)
{
  "from_role": "Drafter",
  "to_role": "Auditor",
  "task_id": "case-2026-0731",
  "status": "completed",            // completed | needs_revision | escalate
  "payload": {
    "result": "<ผลลัพธ์ที่ทำเสร็จ>",
    "assumptions": ["สมมติฐานที่ใช้ ..."],
    "sources": ["อ้างอิง/แถวข้อมูลที่ใช้ ..."]
  },
  "open_questions": ["จุดที่ยังไม่แน่ใจ ต้องให้ผู้รับตรวจ"],
  "confidence": "medium",           // high | medium | low
  "next_action": "ตรวจตัวเลขในตาราง X กับแหล่งอ้างอิง"
}
⚠️ กฎการส่งมอบ

9.8 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

❌ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยใน Agentic Systems
#❌ ข้อผิดพลาด✅ วิธีที่ถูกต้อง
1 ให้ Agent ทำงานทั้งหมดในครั้งเดียว → loop ไม่สิ้นสุด หรือ ผลลัพธ์ไม่ตรงต้องการ แบ่งงานเป็น Planner/Worker/Reviewer และมี max_iterations limit
2 System Prompt ไม่ชัด → Agent เดาเองว่าต้องใช้ tool ไหน ระบุชัด: "มี tools อะไรบ้าง", "ใช้เมื่อไหร่", "output format อย่างไร"
3 ไม่มี Fallback → Agent ติดเมื่อ tool error หรือข้อมูลไม่พอ ระบุ Fallback Rules เช่น "ถ้า tool fail ให้ขอข้อมูลเพิ่ม ไม่ใช่เดา"
4 ไม่วัด metrics → ไม่รู้ว่า agent ทำงานดีแค่ไหน วัด Success Rate, QA Rounds, Token Cost ทุกครั้งที่รัน
5 Planner/Worker ทำพร้อมกัน → ข้ามขั้น QA → ผลลัพธ์มี error แยกเป็น 2 รอบ: Worker รอ → Reviewer ตรวจ → กลับไปแก้ถ้า fail
6 ใช้ MCP โดยไม่เข้าใจ 3 Primitives → integrate ผิด เข้าใจก่อนว่า Resources (data) / Tools (actions) / Prompts (templates) ต่างกันอย่างไร
7 QA Rounds > 5 บ่อยๆ → Constraints หรือ Scope ไม่ชัด ถ้าเกิดซ้ำ กลับไปปรับ Constraints/Fallback ไม่ใช่ปล่อยให้ agent retry ต่อ

9.9 Key Takeaways

📝 Key Takeaways Module 9
✅ หลังเรียน Module 9 — สิ่งที่ควรทำได้
🤔 คำถามทบทวน

โจทย์: มีงาน 3 อย่าง:

  1. ต้องการให้ AI สรุปรายงานประจำสัปดาห์โดยอัตโนมัติ
  2. ต้องการ agent ที่ค้นหาข้อมูลกฎหมายและวิเคราะห์คดีพร้อมกัน
  3. ต้องการ no-code workflow สำหรับทีม HR ที่ไม่ใช่สาย tech

ควรใช้ pattern/framework ไหน?

ดูเฉลย
  • (1) Evaluator-Optimizer หรือ Planner/Worker/Reviewer แบบ single-session + n8n/Make สำหรับ schedule
  • (2) ReAct + Tool Use pattern + LangGraph สำหรับ state management
  • (3) Orchestrator-Worker + n8n (no-code, self-hosted)
M8: Multimodal AI M10: RAG Production